วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ว่านหอยแครง

 

ว่านหอยแครง

ว่านกาบหอย ชื่อวิทยาศาสตร์: Tradescantia spathacea ชื่ออื่น (กาบหอยแครง, ว่านหอยแครง) เป็นพืชที่ จัดอยู่ในวงศ์ผักปลาบ (Commelinaceae) แตกพุ่มเป็นกอแน่น นิยมปลูกเป็นพืชคลุมดิน ใบเดี่ยวรูปหอก โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงอมแดง ดอกช่อ ดอกย่อยสีขาวนวล มีกาบหุ้มสองอันรองรับช่อดอก รูปร่างคล้ายเรือหรือเปลือกหอยสีม่วงอมเขียว ผลรูปรีแก่แล้วแตก เมล็ดขนาดเล็ก เป็นพืชทนแล้งได้ดี ใช้เป็นไม้ประดับ

- ดอกนำมาต้มกับน้ำรับประทาน ใช้แก้หวัด แก้ไอ แก้ไอเนื่องจากหวัด และดอกสดใช้เป็นยาห้ามเลือด

– ใบ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไอ อาเจียนเป็นเลือด แก้ฟกช้ำภายใน แก้บิดถ่ายเป็นเลือด แก้ปัสสาวะเป็นเลือด แก้กรดไหลย้อน

– ดอก รสชุ่มชื่น ใช้ขับเสมหะ แก้ไอแห้งๆ แก้อาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดา ห้ามเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด แก้ไอเป็นเลือดใช้ต้มกับเนื้อหมูกิน แก้บิดถ่ายเป็นเลือดใช้ต้มน้ำกิน

– ราก ใช้เป็นยาบำรุงตับและม้ามพิการได้ดี

ตำรับยา :

1.แก้กรดไหลย้อน ใช้ใบว่านกาบหอยและใบเตยสด 4-5 ใบอย่างละเท่ากันต้มนํ้าดื่ม หรือนำน้ำที่ได้ผสมนํ้าผึ้ง 1 ช้อนชา นํ้ามะนาว 1 ช้อนชา และเกลือป่นเล็กน้อย ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง ติดต่อกัน 3-4 วัน อาการกรดไหลย้อนจะค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าให้หายขาดควรดื่มติดต่อกัน 3-6 เดือน

2.แก้ไอ ร้อนในกระหายน้ำ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ฟกช้ำภายในเนื่องจากพลัดตกจากที่สูงหรือหกล้มฟาดถูกของแข็ง ใช้ใบสด 3 ใบ ต้มน้ำ ผสมน้ำตาลกรวดเล็กน้อยกิน

3.แก้หวัด ไอมีเสมหะปนเลือด เลือดกำเดาออก บิดจากแบคทีเรีย ใช้ดอกนี้แห้ง 20-30 กรัม ต้มน้ำกิน

4.แก้บิด ใช้ต้นสด 120 กรัม น้ำตาล 30 กรัมต้มน้ำกินตอนอุ่นๆ

5.แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน อันเกิดจากการทำนาใช้คั้นน้ำจากใบของต้นนี้มาทาบริเวณมือและเท้า ปล่อยให้แห้งแล้วค่อยลงไปทำนา โดยทาน้ำคั้นของต้นนี้ 1 ครั้ง ก่อนและหลังลงไปทำนา เป็นการป้องกันมือและเท้าเน่าเปื่อย ถ้ามือและเท้าเน่าเปื่อยแล้วก็ทาน้ำคั้นจากต้นนี้เป็นการรักษาได้เหมือนกัน

6.ใบ ปิ้งให้แห้งบดเป็นผงผสมน้ำมัน หรือใช้น้ำคั้นจากต้นนี้เคี่ยวกับน้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าวมาศีรษะทำให้ผมดกดำ และแก้ผมหงอกก่อนวัย

7.สัตว์เลี้ยงมีบาดแผลเลือดออกหรือฟกช้ำ ใช้ต้นสดตำพอก

ที่มา: มูลนิธิหมอชาวบ้าน

พืชในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย (คะน้าเม็กซิโก)

 คะน้าเม็กซิโก

คะน้าเม็กซิโก, ผักโขมต้น, ชายา (สเปน: chaya) หรือที่ในคอสตาริกาเรียกว่า ชิสกัสกิล (chiscasquil)[5] เป็นไม้พุ่มหลายปีชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดในคาบสมุทรยูกาตันของเม็กซิโก[3] มีลำต้นอวบน้ำซึ่งจะคายน้ำยางขาวออกมาเมื่อถูกตัด ทรงพุ่มมีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร แต่มักถูกลิดกิ่งก้านออกให้สูงประมาณ 2 เมตรเพื่อให้เด็ดใบมาใช้ประโยชน์ง่ายขึ้น ใบกว้าง มีแฉกตั้งแต่ 3 แฉกขึ้นไป คะน้าเม็กซิโกเป็นผักกินใบยอดนิยมชนิดหนึ่งในตำรับอาหารเม็กซิโก กัวเตมาลา และอเมริกากลาง (บริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากตำรับอาหารมายา)

คะน้าเม็กซิโกเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน, วิตามิน, แคลเซียม, โพแทสเซียม และเหล็ก และยังเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของสารต้านอนุมูลอิสระ ใบคะน้าเม็กซิโกยังมีระดับสารอาหารสูงกว่าผักใบเขียวชนิดใด ๆ ที่ปลูกบนดินถึง 2–3 เท่าอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ใบคะน้าเม็กซิโกดิบนั้นมีพิษเนื่องจากมีสารกลูโคไซด์ซึ่งจะปลดปล่อยสารพิษจำพวกไซยาไนด์ออกมา จึงจำเป็นต้องทำให้สุกก่อนรับประทาน โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการทำให้สุกเพื่อลดฤทธิ์ของสารที่เป็นพิษให้อยู่ในระดับปลอดภัย การต้มในภาชนะอะลูมิเนียมอาจทำให้น้ำต้มเป็นพิษและก่อให้เกิดอาการท้องร่วงได้

คะน้าเม็กซิโกสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่าง วิธีปรุงดั้งเดิมอย่างหนึ่งในเม็กซิโกและอเมริกากลางจะนำใบไปแช่น้ำแล้วต้มไฟอ่อนประมาณ 20 นาที จากนั้นเสิร์ฟกับน้ำมันหรือเนย นอกจากนี้ยังมีการนำใบที่หั่นและทำให้สุกแล้วไปคลุกข้าวรับประทานกับอาหารรสจัด, นวดผสมกับมันฝรั่งบดแล้วทอด, นวดผสมกับแป้งข้าวโพดแล้วจี่เป็นตอร์ตียาหรือนึ่งเป็นตามัล, ผสมกับมะเขือเทศ หัวหอม ผักชี และพริกหั่นลูกเต๋าทำเป็นเครื่องจิ้ม หรือนำใบอ่อนและยอดอ่อนที่หนานุ่มไปต้มแล้วปรุงรับประทานอย่างผักโขม เป็นต้น

พืชในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย (หม่อน)

หม่อน 
          หม่อน หรือ มัลเบอร์รี (อังกฤษ: Mulberry) ภาคอีสานเรียก มอน ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก เก้ซิวเอียะ เป็นพืชอาหารตามธรรมชาติชนิดเดียวของหนอนไหม และเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปริมาณผลผลิตและคุณภาพรังไหมจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพใบหม่อน หม่อนเป็นพืชที่มีอายุนาน 80-100 ปี ถ้าไม่ได้รับความกระทบกระเทือน จากการเก็บเกี่ยวหรือโรค แมลงศัตรู สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน หม่อนที่เกิดในเขตอากาศหนาว จะหยุดพักไม่เจริญเติบโต นับตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ผลหม่อนสามารถรับประทานได้ สารสกัดด้วยเมทานอลจากกากหม่อนที่เหลือจากการทำน้ำผลไม้มีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระ

หม่อนเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านไม่มากนัก ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่กว้าง ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ขึ้นกับพันธุ์ กว้าง 8-14 เซนติเมตร ยาว 12-16 เซนติเมตร ผิวใบสากคาย ปลายเรียวแหลมยาว ฐานใบกลม หรือรูปหัวใจ หรือค่อนข้างตัด ใบอ่อนขอบจักเป็นพูสองข้างไม่เท่ากัน ขอบพูจักเป็นซี่ฟัน เส้นใบมี 3 เส้น ออกจากโคนยาวไปถึงกลางใบ และเส้นใบออกจากเส้นกลางใบ 4 คู่ เส้นร่างแหเห็นชัดด้านล่าง ใบสีเขียวเข้ม ผิวใบสากคาย ก้านใบเล็กเรียว ยาว 1.0-1.5 เซนติเมตร หูใบรูปแถบแคบปลายแหลม ยาว 0.2-0.5 เซนติเมตร ดอกเป็นดอกช่อ รูปทรงกระบอกออกที่ซอกใบ และปลายยอด แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างช่อกัน วงกลีบรวมสีขาวหม่น หรือสีขาวแกมเขียว ช่อดอกเป็นหางกระรอก ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ดอกเพศผู้ วงกลีบรวมมี 4 แฉก เกลี้ยง เกสรเพศเมีย วงกลีบรวมมี 4 แฉก เกลี้ยง ขอบมีขน เมื่อเป็นผลจะอวบน้ำ รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2 อัน ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีสีเขียว เมื่อสุกสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ ฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว

ยาพื้นบ้าน ใช้ ใบ รสจืดเย็น เป็นยาขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำยาต้มใช้อมแก้เจ็บคอ และทำให้เนื้อเยื่อชุ่มชื้น แก้ไอ ระงับประสาท หรือต้มเอาน้ำล้างตา แก้ตาแดง แฉะ ฝ้าฟาง ใบแก่ ตากแห้งมวนสูบเหมือนบุหรี่ แก้ริดสีดวงจมูก ใบ แก้ไอ ระงับประสาท หรือต้มเอาน้ำล้างตา แก้ตาแดง แฉะฝ้าฟาง ใบ ใช้ทำชามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ราก ขับพยาธิ และเป็นยาสมาน ตากแห้งต้มผสมน้ำผึ้ง ยานี้จะมีรสหวานเย็น ใช้มากในโรคทางเดินหายใจ และการมีน้ำสะสมในร่างกายผิดปกติ ใช้แก้โรคความดันโลหิตสูง แขนขาหมดความรู้สึก กิ่งอ่อน ใบอ่อน แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ ใบ น้ำต้มและยาชง มีฤทธิ์เป็นยาชะล้าง ใช้ล้างตาแก้ตาอักเสบ ใบอังไฟและทาด้วยน้ำมันมะพร้าวใช้วางบนแผล หรือตำใช้ทาแก้แมลงกัด เป็นยาขับเหงื่อ แก้ไอ ยาหล่อลื่นภายนอก น้ำต้มใบใช้กลั้วคอแก้เจ็บคอ ใช้ล้างตา แก้อาการติดเชื้อ ผสมกับหอมหัวใหญ่เป็นยาพอก รักษาแผลจากการนอนกดทับ ผล รสเปรี้ยวหวานเย็น ต้มน้ำหรือเชื่อมกิน เป็นยาเย็น ยาระบายอ่อนๆ แก้ธาตุไม่ปกติ บรรเทาอาการกระหายน้ำ แก้โรคปวดข้อ ใช้แก้โรคได้เช่นเดียวกับเปลือกราก ใช้แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ทำให้ชุ่มคอ บำรุงไต ดับร้อน ช่วยย่อย และเพื่อความสดชื่น เมล็ด ใช้เพิ่มกากใยอาหาร เปลือก เป็นยาระบาย และยาถ่ายพยาธิ

ในประเทศจีนใช้ เปลือกราก กิ่งอ่อน ใบ ผล เป็นยาบำรุง แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก ขับปัสสาวะแก้ไอ หืด วัณโรคปอด การสะสมน้ำในร่างกายผิดปกติ โรคปวดข้อ เปลือกต้น เป็นยาถ่าย และยาขับพยาธิ

สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนของโรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


         สวัสดีค่ะ...
วันนี้เริ่มต้นด้วยโครงการตามพระราชดำริฯ เกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนของโรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


        สวนพฤกษศาสตร์สร้างขึ้น เพื่อระลึกถึงพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ โดยมีการออกแบบ และขุดสระเป็นรูปเลข ๙ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน เป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคนในโรงเรียน เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ในท้องถิ่น ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

      ฐานการเรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ สร้างขึ้นด้วยหลักการช่วยเหลือเกื้อกูล พึ่งพาอาศัย ซึ่งกันและกัน ใช้ความรักที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์เป็นที่ตั้ง สระรูปเลข ๙ ออกแบบและสร้างในปี 2560 เพื่อระลึกถึงปีที่ส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่สวรรคาลัย พี่น้องโรงเรียนเทศบาลบ้านค่ายระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษาร่วมแรงกาย แรงใจ ถากหญ้าและขุดสระเป็นรูปเลข ๙ สภาพดินทั้งแห้งและแข็ง พี่ ๆชั้นมัธยมศึกษาปี 2560 เป็นแกนนำในการขุด มีน้อง ๆระดับชั้นประถมศึกษาช่วยกันขนดิน



วางตะแกรงลวด ขนทราย ผสมปูน เทพื้นสระ การฉาบขอบสระมีช่างปูนที่เป็นบุคคลภายนอกมาขึ้นโครงสร้างน้อง ๆชั้นประถมศึกษา คุณครู ผู้บริหาร ช่วยกันดำเนินการต่อจนสำเร็จ ทำให้เกิดแหล่งเรียนรู้ สถานที่พักผ่อนของทุกคนในโรงเรียน รวมถึงเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืชในท้องถิ่น 



         ด้วยสิ่งที่กล่าวมา พอสรุปได้ว่าการสร้างฐานการเรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และนำความรู้นั้น มาใช้ในชีวิตประจำวัน การศึกษาพันธุ์พืช การร่วมอนุรักษ์พันธุ์พืชในท้องถิ่นเป็นการปฏิบัติตามแนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผนวกกับการสร้างสรรค์งานศิลปะในสวนพฤกษศาสตร์เพื่อให้เกิดความงามควบคู่ความรู้ การดำเนินการไร้การจัดซื้อจัดจ้าง แต่ใช้แรงกาย แรงใจของทุกคนในโรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย ร่วมกันบริจาคพันธุ์พืช และเพาะปลูกโดย นักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ 
         นับได้ว่าสวนพฤกษศาสตร์ในวันนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวเทศบาลบ้านค่ายอย่างแท้จริง ทุกคนร่วมสร้างและอนุรักษ์ ด้วยหัวใจ เมื่อเรารักสวนพฤกษศาสตร์ สวนพฤกษศาสตร์ก็ดูแลปกป้อง รักษาเรา ด้วยการเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งพักผ่อน และเป็นปอดของโรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย
         

วัตถุประสงค์ :

1. เพื่อใช้ศึกษาชื่อพืชชนิดต่าง ๆ รูปร่าง ลักษณะของพืช ประเภท ประโยชน์และโทษ สรรพคุณในการใช้รักษาโรค ส่วนต่าง ๆของพืชที่ใช้รักษาหรือรับประทาน และนำความรู้ที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน

2. เพื่อร่วมอนุรักษ์พันธุ์พืช รักษาสิ่งแวดล้อม และ สร้างสรรค์งานศิลปะในสวนพฤกษศาสตร์

3. เพื่อเผยแพร่ความรู้ เกี่ยวกับพืชที่ปลูก ทำกิน ทำใช้ ป้องกัน ดูแล รักษาตนเอง และสืบสานภูมิปัญญาพืชสมุนไพร


กิจกรรมฐานการเรียนรู้ :

     ฐานสวนพฤกษศาสตร์ มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ คือ

1. แกนนำถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับชื่อพืชชนิดต่าง ๆ รูปร่าง ลักษณะของพืช ประเภท ประโยชน์และโทษ สรรพคุณในการใช้รักษาโรค ส่วนต่าง ๆของพืชที่ใช้รักษาหรือรับประทาน และนำความรู้ที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน

2. แกนนำถ่ายทอดความรู้ถึงที่มาของฐาน การร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์พืชในท้องถิ่น ร่วมกันเผยแพร่ความรู้สู่ครอบครัว และชุมชน สร้างภูมิปัญญาในท้องถิ่น โดยนำพืชที่นักเรียนร่วมกันปลูกชนิดต่าง ๆภายในสวนพฤกษศาสตร์มาปรุงเป็นอาหาร รับประทานเพื่อป้องกัน ดูแล รักษาตนเอง และถอดบทเรียน

3.นักเรียนร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะในสวนพฤกษศาสตร์โดยการบูรณาการกับรายวิชาศิลปะ(ทัศนศิลป์) โดยสร้างงานประติมากรรมประดับสวนพฤกษศาสตร์ ให้เกิดความงาม ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งพักผ่อนของชาวเทศบาลบ้านค่าย



ขอขอบคุณทุกแรงกายแรงใจที่ร่วมสร้าง "สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย" 
หวังอย่างยิ่งว่า...สวนพฤกษศาสตร์ของเราจะเติบโต...อย่างยั่งยืน





วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ศิลปะกับงานลอยกระทงปี 2554

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทย

          ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยหลายจังหวัดประสบภัยน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ในการต่อสู้ของพี่น้องชาวไทยที่ประสบอุทกภัยทุกท่าน ...ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้โดยเร็ว ด้วยดี สู้ ๆค่ะ

          การประดิษฐ์กระทงจัดเป็นการนำรูปแบบศิลปะไทยมาใช้ อย่างกลีบกระทงที่มีรูปร่างของกลีบดอกบัว  เป็นที่ทราบกันในหมู่คนศิลปะว่า "บัว" เป็นอีกชื่อของกระจังตาอ้อย ซึ่งเป็นลายไทยชนิดหนึ่งที่ใช้ในงานศิลปะไทย และในการประดิษฐ์กระทงนั้นสีสันล้วนมีความสำคัญ  หากผู้ประดิษฐ์กระทงเข้าใจสามารถนำทฤษฎีสีและหลักการจัดวางมาใช้ในงานประดิษฐ์กระทง ก็จะช่วยสร้างความสวยงามให้แก่กระทง รวมทั้งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมได้เป็นอย่างดี

          ดังนั้นในวันนี้ mila ขอนำเสนองานศิลปะในรูปแบบงานประเพณีไทย "ลอยกระทง" โดยการนำภาพกระทงดอกไม้สดและกระทงใหญ่ ที่มีการประกวดแข่งขันในเทศบาลเมืองราชบุรี เป็นประจำทุกปีมานำเสนอ ซึ่งงานประเพณีลอยกระทงประจำปี 2554 ในครั้งนี้จัดขึ้นบริเวณริมเขื่อนรัฐประชา ใจกลางเมืองจังหวัดราชบุรีดังเช่นทุก ๆปี 
          ***ช่วย mila สังเกตด้วยนะค่ะว่า กระทงต่าง ๆมี ศิลปะไทยลายใดเกี่ยวข้องบ้าง***


นางศมานันท์  เหล่าวณิชวิศิษฏ  ท่านนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี



กระทงดอกไม้สด

























กระทงใหญ่



          กระทงดอกไม้สดและกระทงใหญ่ ที่ท่านได้ชมแล้วนี้ต้องใช้ระยะเวลา แรงกาย แรงใจ ที่สำคัญคือความสามัคคี ในการประดิษฐ์ตกแต่งกระทงด้วยความประณีต สวยงาม  เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสาน "ประเพณีลอยกระทง"ของไทยเรา mila ภูมิใจในการนำเสนอรูปแบบงานศิลปะไทยของเราสู่ชาวไทยและชาวโลก ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เข้าชม...พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ

"จากใจสู่ใจ"